30 สิ่ง ที่แสดงว่าคุณมีโอกาส “ประสบความสำเร็จ”

 

30 สิ่ง ที่แสดงว่าคุณมีโอกาส “ประสบความสำเร็จ”

ผมเจอคำถามหนึ่งบ่อยมาก เสียยิ่งกว่าบ่อย
คือ “ทำอย่างไรถึงจะประสบความสำเร็จ?”

ขอพูดตรงๆ เลย แต่ละคนมันมี way ที่ต่างกัน
สมมติคนหนึ่งที่ประสบความสำเร็จเส้นทางที่เขาเดินมาเป็นแบบนี้
ถ้าย้อนอดีตกลับไปได้ให้คนอีกคนเดินไปใน way เดียวกันเลย
แม่งอาจจะไม่ประสบความสำเร็จก็ได้!

ถามว่าเพราะอะไร?
.
ง่ายมากฮะ คนแต่ละคนแม่งก็แตกต่างกันไป 
บุคลิก ท่าทาง น้ำเสียง เทคนิค การพูด การเดิน ทุกอย่าง

คนแม่งก็ต่างกันไป ถ้าถามว่ามันส่งผลขนาดนั้นเลยหรอ
เอางี้ ถ้าสมมติคนสองคนไปคุยธุรกิจที่บริษัทเดียวกัน
คนหนึ่งเสียงอ่อนน้อม แต่มีความมั่นใจ ดูฉลาด แต่ไม่โอ้อวด
อีกคน เสียงแข็งเวลาคุย ชอบโอ้อวด ไม่ฟังความคิดเห็น
คิดว่าผลต่างกันมั้ยครับ?
.
คุณพระ! ไม่ต่างก็บ้าละ
พอเห็นภาพมั้ยครับ ทั้งๆ ที่ทั้ง 2 คนได้ไปคุยที่บริษัทเดียวกัน
คุยเรื่องเดียวกัน แต่คนต่างกัน ผลย่อมต่างกัน
ดังนั้นการทำตาม การเดินตาม คนที่ประสบความสำเร็จเป๊ะๆ
คุณไม่มีทางที่จะประสบความสำเร็จเหมือนเขาได้แต่ผมสามารถบอกได้ว่า

ถ้าคุณมีเกินสัก 20 ข้อ ที่ผมกำลังจะบอกนี้
แสดงว่าคุณคือ

“คนที่มีโอกาสที่จะประสบความสำเร็จได้แน่นอน”
.
1. สามารถปรับตัวกับสถานการณ์ได้ไว
ทุกวันนี้คุณจะเห็นว่าโลกเราแม่งหมุนไปเร็วยิ่งกว่ากระพริบตาซะอีก
วันหนึ่งตื่นมา มีดราม่าเรื่องยักษ์ มีการตลาดเรื่องกระทะ หูฟังที่พร้อมจะหายได้ทุกเมื่อ
หลายๆ คนจะอึ้ง และแค่เสพข่าวพวกนั้น บางกลุ่มจะออกความเห็น
แต่กลุ่มที่ปรับตัวได้ไว จะตามตัวไปกับกระแสนั้นอย่างว่องไว
เกาะกระแสและเปลี่ยนมันเป็นการตลาดได้อย่างชาญฉลาด โดยไม่กระทบใคร
ใครที่รู้สึกตัวช้าค่อยมาทำตามทีหลังก็กลายเป็นแค่ตามกระแส คนก็เลิกสนใจ
ดังที่ว่า “ช้านักก็แพ้ไป”
.
2. ไม่มัวมาบ่นนู่นนี่
การเสียเวลาไปกับการนั่งบ่นนู่นนี่นั่น แม่งไม่ได้ดั่งใจ
แม่งไม่เป็นตามที่วางแผนไว้ แม่งไม่เป็นอย่างที่อยาก
แม่ง แม่ง แม่ง! บ่นทุกๆ สิ่ง 
จำไว้เลยครับ การเอาแต่บ่นมันไม่มีทางได้อะไรกลับมานอกจากจะยิ่งเซ็ง
และความเซ็งที่ได้มาจะยิ่งทำให้คุณไม่อยากทำอะไรมากกว่าเดิม
.
3. ให้เวลาไปกับการคิดสิ่งใหม่ๆ
ถ้าลองคิดดีๆ เรามักจะมีเวลาว่างในแต่ละวัน ถ้าคุณเป็นคนหนึ่งที่ใช้เวลานั้น
มาคิดในการทำสิ่งใหม่ๆ สิ่งที่จะทำให้คุณก้าวหน้า สิ่งที่จะช่วยเสริมสร้างตัวเอง
นั่นคือสัญญาณของการที่คุณจะก้าวไปข้างหน้า ถ้าใช้เวลาที่มีไปนั่งคิดถึงอดีต
หรือสิ่งที่ผิดพลาดแล้วมานั่งเป็นทุกข์ นั่นแปลว่าคุณกำลังเสียเวลาไปโดยเปล่าประโยชน์
.
4. สามารถสร้างแรงผลักดันให้ตัวเองได้
คนเราเวลาทำอะไรใหญ่ๆ สักอย่าง มักจะหมดกำลังใจเอาดื้อๆ
ยิ่งถ้าเล็งเป้าหมายไว้ใหญ่แค่ไหน โอกาสที่เราจะหมดกำลังใจเพราะไปไม่ถึงเป้าหมาย
ยิ่งมีมากขึ้น แต่ถ้าคุณสามารถที่จะสร้างแรงผลักดันให้ตัวเองได้
มันคือสิ่งที่จะช่วยพาคุณไปยังเป้าหมายได้เร็วขึ้น และมั่นคงมากขึ้น
.
5. ไม่ลังเลที่จะทำงานหนักขึ้นเพื่อเป้าหมาย
อย่างที่ผมบอกครับ การที่คุณทำงานหนัก ไม่ได้หมายความว่าคุณเป็นคนเก่ง
แต่มันหมายถึงคุณแบ่งเวลางานไม่เป็น แต่ข้อนี้หมายถึง
คุณยอมที่จะทำงานมากขึ้นเพื่อให้เป้าหมายคุณเข้ามาใกล้ขึ้น
2 ข้อนี้มันแตกต่างกันอย่างสิ้นเชิง คุณต้องแยกให้ออกระหว่าง
“ทำงานหนักเพื่อให้ดูยุ่ง” กับ “ทำงานหนักเพื่อให้ไปถึงเป้าหมายเร็วขึ้น”
.
6. ยินดีที่จะช่วยเหลือคนอื่น
คนเราต่อให้เก่งให้ตายก็ไม่สามารถที่จะอยู่คนเดียวได้
การจะอยู่ในสังคมก็เช่นกัน การเห็นแก่ตัวจะทำให้อยู่ยากในสังคม
การช่วยเหลือคนอื่นไม่ได้หมายถึงว่าคุณจะต้องช่วยคนที่ด้อยโอกาสกว่าคุณ
คนทุกคนสามารถช่วยเหลือ และรับความช่วยเหลือได้เหมือนกัน
แต่การช่วยเหลือทุกครั้งคุณต้องมั่นใจว่ามันจะไม่ทำให้ตัวเองลำบากแทน
.
7. รู้จักการให้อภัย
แค้น ฝัง หุ่น มันไม่ใช่สิ่งที่คนมีเป้าหมายยิ่งใหญ่เขาทำกันครับ
การปล่อยให้อารมณ์อยู่เหนือเหตุผลตลอดเวลา คือสิ่งที่ผิดพลาด
คุณต้องรูัจักการให้อภัย มากกว่าการโกรธแค้น
เรียกง่ายๆ มันคือคำว่า “โอกาส” แต่
โอกาส มีไว้สำหรับทุกคนที่ “คิดจะเปลี่ยนแปลงเท่านั้น”
.
8. ยินดีกับความสำเร็จของผู้อื่น
“อิจฉา” หรือ “ยินดี” นี่คือสิ่งที่คุณต้องเลือกให้ได้
โดยปกติแล้วมนุษย์มักมีความโลภและความอิจฉา
ยิ่งเห็นคนที่แซงเราไป อยู่เหนือกว่าเรา คนมักจะอิจฉามากกว่ายินดี
แต่ลองคิดกลับกันดู ถ้าคุณอิจฉาแล้วคุณได้อะไรกลับมา
คุณควรจะยินดีให้กับคนที่ประสบความสำเร็จ แล้วเปลี่ยนความอิจฉา
กลายเป็นแรงผลักดันให้คุณก้าวไปให้ทัน
.
9. คิดว่าทุกอุปสรรคคือโอกาสในการเรียนรู้
ข้อนี้ผมบอกแล้วบอกอีก ว่ามันคืออยู่กับที่ตัวแต่ละบุคคล
การทำทุกอย่างย่อมมีอุปสรรค ซึ่งคุณจะมองว่าอุปสรรคนั้น
เป็นก้อนหินที่ขวางทางไม่ให้คุณก้าวต่อไป
หรือมองว่ามันเป็นก้อนหินเล็กๆ ที่คุณต้องเดินข้ามมันไป
และเรียนรู้จากมันเพื่อไม่ต้องสะดุดมันอีกครั้ง
ทุกอย่างอยู่ที่ตัวคุณทั้งสิ้น
.
10. ชอบที่อยู่ท่ามกลางคนประสบความสำเร็จ
เคยได้ยินประโยคนี้มั้ยครับ
“ถ้าอยู่ในสังคมแบบไหน คุณก็จะเป็นแบบนั้นไปด้วย”
ถ้าคุณอยากเป็นคนที่ชอบท่องเที่ยว คุณก็ต้องอยู่กับคนที่ชอบเที่ยว
ถ้าคุณอยากเป็นคนสนุกสนาน คุณก็ต้องอยู่กับคนที่สนุกสนาน
ก็เหมือนกันถ้าคุณอยากประสบความสำเร็จ
คุณก็ต้องอยู่ท่ามกลางคนที่ประสบความสำเร็จ
คนที่มีเป้าหมายเหมือนๆ กันมักจะช่วยผลักดันกัน
.
11. รักในการทำอะไรแบบไม่มีเงื่อนไข รักในการให้ รักในการช่วย
ปกติถ้าคุณทำอะไรแบบไม่ได้โดนบังคับ หรือโดนสั่งให้ทำ
มันต้องหมายถึงว่าคุณชอบในการที่จะทำสิ่งนั้น 
แต่แค่นั้นไม่พอ คุณต้องรักในการทำสิ่งนั้นเลยต่างหาก 
เพราะระหว่างความชอบ และความรัก คุณย่อมเห็นถึงการทุ่มเทที่ต่างกัน
.
12. คุณมีความรับผิดชอบและไม่เคยโทษสิ่งอื่น
คุณเคยเจอใครที่ไม่ว่าจะทำอะไรผิดต้องพยายามหาทางโทษคนอื่นมั้ย
อะไรก็ได้ขอให้ตัวเองไม่ผิด โทษทุกสิ่ง ทุกอย่าง ขอให้รอด
ถามว่าคุณชอบคนประเภทนี้มั้ย?
ถ้าคุณไม่ชอบ คุณก็ต้องไม่เป็นแบบนั้น ต้องมีความรับผิดชอบในสิ่งที่ทำ
และยอมรับผลที่จะตามมา จำไว้ว่าการโทษคนอื่นมันไม่มีทางแก้ปัญหาอะไรได้
.
13. รักที่จะเรียนรู้สิ่งใหม่ๆ
จำไว้ฮะ ถ้าคุณอยากประสบความเร็จคุณต้องรักและพร้อม
ที่จะเรียนรู้สิ่งใหม่ๆ ตลอดเวลา การที่คุณพอใจกับสิ่งที่มีอยู่
และไม่คิดที่จะความรู้เพิ่มเติม มันไม่ได้หมายถึงว่าคุณอยู่กับที่นะครับ
มันหมายถึงคุณกำลังถอยหลัง เพราะคนที่อยู่ข้างหลังคุณ
เขาจะหาทางเดินเพื่อเดินแซงคุณไปเสมอ
.
14. สนใจเรื่องราวของผู้อื่น
อันนี้ไม่ได้หมายถึงการเผือกเรื่องคนอื่นนะครับ
แต่ผมหมายถึงการที่คุณต้องใส่ใจกับคนรอบข้างตัวคุณ
เพราะการเข้าถึงผู้คนที่ดีที่สุด คือการเข้าใจในตัวของคนนั้น
.
15. มักจะมองหาสิ่งที่ดีขึ้นเสมอ
การมองหาสิ่งที่ดีขึ้นเรื่อยๆ แสดงถึงการที่ตัวคุณ
อยากที่จะพัฒนาตัวเองขึ้นเรื่อยๆ แม้ว่าสิ่งที่มีอยู่จะดีอยู่แล้ว
แต่ถ้าเป็นไปได้คุณก็จะหาสิ่งที่ดีกว่าเสมอ
.
16. สามารถปล่อยวางกับเรื่องร้ายๆ ได้
เรื่องร้ายๆ หมายถึงทุกสิ่งที่ทำให้เป็นทุกข์ ไม่ว่าจะเป็นอุปสรรคที่เจอ
ความล้มเหลว ถ้าคุณรู้จักปล่อยวางได้ 
สิ่งนั้นก็ไม่สามารถที่จะมาฉุดรั้งคุณไว้ได้
.
17. มีความกล้าที่จะทำ
ความกล้าคือสิ่งที่คนเรามักจะขาดเช่นกัน
เพราะความกลัว กลัวล้มเหลว กลัวพลาด กลัวไม่สำเร็จ
กลัวอาย กลัวแม่งทุกสิ่ง นั่นแหละคือสิ่งที่หยุดคุณจากความสำเร็จ
มากที่สุด
.
18. ตั้งคำถามในสิ่งที่คุณไม่รู้
คุณควรที่จะตั้งคำถามกับทุกสิ่งที่คุณยังไม่รู้
อย่าปล่อยสิ่งที่ไม่รู้ให้ผ่านไป เพราะคุณอาจไม่มีวันได้รู้คำตอบนั้น
จงสงสัยในทุกสิ่ง เพื่อเพิ่มพูนความรู้ในตัวเอง
.
19. คุณมองสิ่งต่างๆ ในหลายๆ มุม
คุณต้องอย่าเชื่อในสิ่งที่คนอื่นบอกทั้งหมด
คุณจะต้องมองทุกสิ่งในหลายๆ มุม อย่าเชื่อแค่ในสิ่งที่ตาเห็น
เพราะมันอาจไม่ได้เป็นอย่างที่พูดกัน
หรือบางครั้งสิ่งที่เค้าว่าแย่ ถ้าลองเปลี่ยนมุมมองมันอาจจะดี
และเปลี่ยนมันเป็นโอกาสทางธุรกิจได้เช่นกัน
.
20. สามารถร่วมงานคนอื่นได้อย่างดี
การทำงานเป็นทีมคือสิ่งที่บริษัทเก่งๆ ต้องการมากกว่าความเก่ง
ในบริษัทต่างชาติต่อให้คุณเก่งมากแค่ไหน แต่ถ้าคุณทำงานเป็นทีมไม่ได้
คุณก็ไม่สามารถอยู่กับเขาได้ เขามองทั้งทีมสำคัญกว่าคนเพียงคนเดียว
.
21. มี passion ในสิ่งที่คุณทำ
อันนี้โคตรสำคัญ ไม่ว่าคุณมีเป้าหมายจะทำอะไร
คุณต้องมี Passion ในการทำสิ่งนั้น 
สิ่งนี้แหละคือสิ่งที่จะผลักดันที่จะทำให้คุณไปถึงเป้าหมายนั้นได้
.
22. ยอมรับในข้อผิดพลาดของตัวเอง
คนรักมักทำสิ่งผิดพลาดกันได้ 
ขึ้นอยู่กับว่าคุณจะยอมรับในข้อผิดพลาดนั้น
แล้วแก้ไขมัน หรือปล่อยมันไป
.
23. เข้าใจความเจ็บปวดของผู้อื่น
Pain ของคนอื่นอย่างที่ผมบอกคุณต้องสนใจเรื่องราวของคนอื่น
การเข้าใน Pain ของผู้อื่นคือสิ่งที่สำคัญที่คุณควรเข้าใจ
.
24. รู้จุดแข็งและจุดอ่อนของตัวเองเป็นอย่างดี
ข้อนี้เป็นข้อที่ยากมากอีกข้อหนึ่ง
คุณลองถามตัวเองดูว่าจุดแข็งของตัวเองคืออะไร
และจุดอ่อนของตัวคืออะไร ถ้าคุณตอบไม่ได้
แปลว่าคุณยังไม่รู้จักตัวเองดีพอ
.
25. รู้จักเวลาที่ควรยอมแพ้
ผมจะไม่บอกว่าคุณห้ามยอมแพ้ 
แต่คุณต้องยอมแพ้ในสิ่งที่ควรยอมแพ้
ยอมถอยในจังหวะที่คุณควรถอย
นั่นคือสิ่งที่คนเก่งเค้าทำกัน 
.
26. เชื่อมั่นในตัวเอง
แน่นอนว่าคนเก่งจะต้องมีความเชื่อมั่นในตัวเองสูง
เชื่อว่าตัวเองทำได้ เชื่อว่าตัวเองเก่ง
นี่คือจุดเริ่มต้นของการก้าวสู่ความสำเร็จ
.
27. ไม่สนใจคำนินทาจากผู้อื่น
การมามัวนั่งคิดมากกับคำนินทาของคนอื่น
คือการเสียเวลา และเสียอารมณ์ อย่างสิ้นเปลืองที่สุด
เส้นทางอยู่อีกไกล ถ้าจะเอาก้อนหินปาใส่หมาที่เห่าใส่ทุกตัว
คงไปไหนได้ไม่ไกล
.
28. มักจะวิจารณ์ติชม ในแง่บวกก่อนเสมอ
คนเราเวลาเจออะไรต่างๆ มักจะหาข้อติก่อนเสมอ
เพื่อให้สิ่งนั้นดูด้อยลง แต่คุณควรจะหาข้อดีของมันก่อนเสมอ
ไม่ใช่เอาแต่วิจารณ์ในแง่ลบไปเรื่อย เพื่อให้ตัวเองดูมีความรู้
.
29. รักคนที่อยู่ในกระจก
ผมหมายถึงตัวเองน่ะแหละ คุณจะต้องรู้จักการรักตัวเอง
การใส่ที่จะดูแลตัวเอง ลองคิดแบบนี้ครับ
ถ้าตัวคุณเองยังไม่รัก แล้วคุณจะรักใครได้
.
30. มองโลกในแง่ดีก่อนเสมอ
คนเรามี 2 ประเภทหลักๆ 
คนมองโลกในแง่ดี และคนมองโลกในแง่ร้าย
สมมติง่ายๆ คุณมีน้ำหวานแสนอร่อยอยู่ 1 แก้ว
คุณเกิดทำหกขึ้นมาเหลือ ครึ่งแก้ว
คุณจะมองว่ามัน?
เหลือแค่ครึ่งแก้ว หรือ เหลือตั้งครึ่งแก้ว
นี่แหละครับข้อแตกต่างที่มองเห็นง่ายๆ

 

 

Visitors: 6,117